จำเป็นต้องฉีดวัคซีนให้กับสัตว์เลี้ยงไหม

การให้วัคซีนกับสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งเพราะลด โอกาสที่จะเกิดโรคติดต่อ โดยที่วัคซีนจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิ คุ้มกันโรคแก่สัตว์ สารที่อยู่ในวัคซีนที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน เรียกว่า สารก่อภูมิต้านทาน (antigen) ดังนั้นเมื่อนำลูกสุนัขและลูกแมว มาเลี้ยงจึงต้องรีบปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อจัดทำโปรแกรมการให้วัคซีน ให้ครบตามที่แนะนำ การให้วัคซีนจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายได้ดีหรือไม่ อยู่ที่การตอบสนองของสัตว์เลี้ยงต่อวัคซีนที่ให้ซึ่งขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ สุขภาพสัตว์ อายุ ชนิดของวัคซีน วิธีการให้วัคซีน และการได้รับ เชื้อโรคก่อนการทำวัคซีนหรือไม่ วัคซีนที่ดีจำเป็นต้องปลอดภัย มีประสิทธิภาพสูง และไม่มีฤทธิ์ ไม่พึงประสงค์ 

 

หลายคนอาจจะเข้าใจกันว่าการเลี้ยงในบ้านของเราเองนั้นทั้งสะอาดและปลอดภัยสำหรับลูกๆแล้ว วัคซีนจึงไม่ใช่เรื่องจำเป็นที่ต้องฉีดให้กับน้องๆแต่รู้ไหมคะว่าบางครั้งที่น้องมีเหตุจำเป็นที่ต้องออกไปนอกบ้าน เช่น ไปหาหมอ ไปอาบน้ำ หรือเป็นตัวเราเองที่ต้องออกไปทำงานข้างนอกเป็นประจำก็สามารถนำเชื้อโรคมาสู่น้องหมาและแมวได้ค่ะ เพราะฉะนั้นการฉีดวัคซีนจึงสามารถป้องกันโรคติดเชื้อต่างๆและโรคหลายชนิดที่เป็นแล้วรักษาได้ยากสำหรับน้องหมาและน้องแมว ยกตัวอย่างเช่น 

 

โรคติดเชื้อสำหรับสุนัข 

  • โรคไข้หัดสุนัข เกิดจากการติดเชื้อไวรัสและพบในสุนัขที่อายุน้อยกว่า4เดือนเป็นช่วงที่สุนัขมีภูมิคุ้มกันต่ำทำให้ร่างกายอ่อนแอกว่าปกติและรับเชื้อได้ง่าย 
  • โรคลำไส้อักเสบ เกิดจากสัมผัสอุจจาระของสุนัขที่ติดเชื้อและพบได้บ่อยในสุนัขที่อายุ 2 -3 เดือน 
  • โรคพิษสุนัขบ้า เกิดจากเชื้อไวรัสเรบีส์ (Rabies) ผ่านการกัดหรือสัมผัสน้ำลายผ่านปากและโรคนี้ยังสามารถเเพร่เชื้อไปสู่คนได้อีกด้วย 
  • โรคฉี่หนู  เกิดจากการติดเชื้อเเบคทีเรียจากสัตว์สู่คนโดยมีหนูเป็นตัวกลางในการแพร่เชื้อและมักเเพร่กระจายทางน้ำที่มีการปนเปื้อนและเป็นอันตรายจนถึงชีวิตกับสุนัขโรคตับอักเสบ เกิดจากเชื้อเคไนน์อะดีโนไวรัส (CAV-1) เชื้อตัวนี้ส่งผลกระทบกับตับและไตซึ่งสุนัขสามารถติดโรคนี้ได้ผ่านการไปสัมผัส อุจจาระ น้ำลาย หรือ น้ำมูก ของสัตว์ที่ติดเชื้ออยู่แล้ว  

 

โรคติดเชื้อสำหรับแมว 

  • โรคไข้หัดแมว  เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่มพาร์โวไวรัส (Feline Parvovirus) ที่มีผลต่อระบบทางเดินอาหารของแมว เป็นโรคติดต่อได้จากแมวที่มีอาการป่วย หรือพื้นดิน พื้นที่ที่มีเชื้อไวรัสอยู่ 
  • โรคหวัดแมว  เกิดจากเชื้อไวรัสที่จําเพาะในแมว ได้แก่ Feline Herpesvirus (FHV) และ Feline Calici Virus (FCV) รวมทั้งอาจมีการติดเชื้อเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอื่นๆ ด้วย สามารถเป็นได้ในแมวทุกวัย ส่วนมากอาการจะรุนแรงในลูกแมว และแมวที่อ่อนแอ 
  • โรคพิษสุนัขบ้า  เกิดจากเชื้อไวรัสสามารถติดกันได้ผ่านการ กัด ข่วน หรือสัมผัสน้ำลายจากสัตว์ที่ป่วย ทำให้เชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้าเข้าสู่แผลและเกิดเป็นโรคพิษสุนัขบ้าได้ 
  • โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในแมว  เกิดจากการติดเชื้อไวรัส  “feline leukemia virus”โดยแมวสามารถได้รับเชื้อไวรัสตัวนี้ผ่านทางการสัมผัสน้ำลาย ปัสสาวะ น้ำตา หรืออุจจาระของแมวที่ป่วย รวมทั้งสามารถติดผ่านจากแม่แมวสู่ลูกแมวในขณะตั้งท้องได้อีก 

 

          ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับน้องหมาน้องแมวที่เลี้ยงในบ้าน คือ การป้องกันโรคด้วยการเสริมภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงด้วนการทำวัคซีน เพื่อสร้างและกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน การฉีดวัคซีนจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะฉะนั้นคุณเจ้าของอย่าไว้วางใจเชื้อโรคที่เข้ามาโดยที่เราไม่รู้ตัวนะคะ 

  • น้องหมาสามารถฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่อายุ 6 สัปดาห์ขึ้นไป 
  • น้องแมวสามารถฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่อายุ 8 สัปดาห์เป็นต้นไป 

 

ชนิดของวัคซีน 

วัคซีนที่ใช้กับสัตว์เลี้ยงแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ วัคซีนเชื้อตาย และวัคซีนเชื้อเป็น วัคซีนเชื้อตายเป็นวัคซีนที่เกิดขึ้นจากการทำลายเชื้อจุลชีพทั้ง จากการใช้ความร้อนและสารเคมี แต่ไม่ทำให้ส่วนที่เป็นสารก่อภูมิต้าน ทานเสียหาย ยังสามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้ ได้แก่ วัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า และวัคซีนโรคเลปโตสไปโรซีส วัคซีนเชื้อเป็นนั้นเป็นวัคซีนที่เกิดขึ้นจากการทำให้เชื้อจุลชีพ ลดความรุนแรงลง เมื่อให้เข้าสู่ร่างกายจึงกระตุ้นให้สร้างภูมิคุ้มกันแทนที่ จะทำให้เกิดโรค ได้แก่ วัคซีนโรคไข้หัดสุนัข วัคซีนโรคลำไส้อักเสบติดต่อ จากพาร์โวไวรัส และวัคซีนโรคระบบทางเดินหายใจในแมว 

 

ข้อปฎิบัติการให้วัคซีน 

การให้วัคซีนแก่สัตว์เลี้ยง (โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกสุนัขและ ลูกแมว) ควรยกหน้าที่ให้กับสัตวแพทย์ ไม่ควรฉีดวัคซีนเอง เพราะอาจ เกิดการผิดพลาดในการฉีด (เช่น ฉีดวัคซีนขณะมีไข้) และเกิดปฏิกิริยา ไม่พึงประสงค์ขึ้นได้  

เมื่อต้องฉีดวัคซีนต้องปฏิบัติดังนี้  

1. เริ่มให้วัคซีนกับลูกสุนัขตั้งแต่อายุ 6 สัปดาห์ และลูกแมว อายุตั้งแต่ 7 สัปดาห์ และให้ต่อเนื่องและให้ซ้ำตามโปรแกรมที่แนะนำ โดยสัตวแพทย์ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้มีภูมิคุ้มกันสูงเพียงพอในการ ป้องกันโรค  

2. ห้ามให้วัคซีนกับลูกสุนัขและลูกแมวที่เพิ่งได้รับมาใหม่ ต้องให้ปรับตัวได้กับสิ่งแวดล้อมใหม่ก่อน (เช่น อาหาร และที่อยู่อาศัย)  

3. ให้วัคซีนกับสัตว์เลี้ยงที่แข็งแรง และไม่ป่วยเป็นไข้  

4. ให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพแข็งแรงในขณะทำวัคซีน เช่น ถ่ายพยาธิ  

5. ถ้าเกิดปัญหาการแพ้วัคซีน เช่น มีไข้สูง ตัวสั่น และน้ำลายไหล ต้องนำมาพบสัตวแพทย์ทันที  

6. งดอาบน้ำ 7 วันหลังทำวัคซีน 

 

อ้างอิง :  

https://www.pharmaco.vet.ku.ac.th/pdf_file/PetInfoBrochure/administration.pdf 

https://www.thonglorpet.com/th/diary/ 

 

รูปภาพ :  

Freepik - Free photo beautiful pet portrait of small dog and cat

เนื้อหาเฉพาะสมาชิก

สมัครสมาชิกฟรีเพื่ออ่านบทความสุขภาพทั้งหมด
รับข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญและโปรโมชั่นพิเศษก่อนใคร

แชร์บทความ: