วันสัตวแทพย์ไทย 4 สิงหาคม
วันสัตวแพทย์ไทย ได้ถูกจัดตั้งขั้นเพื่อระลึกถึงคุณค่าและความสำคัญของสัตวแทยพ์ไทย โดยมีสัตวแพทย์สมาคมแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรหลักในประเทศไทยในการเผยแพร่บทบาทต่อสาธารณชน โดยก่อนที่ วันสัตวแพทย์ไทย จะถูกจัดตั้งขึ้นเป็นวันสำคัญนั้น การศึกษาวิชาชีพสัตวแพทย์ในประเทศไทย เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อปี 2455 โดยมีต้นกำเนิดจาก พล.ต. ม.จ.ทองฑีฆายุ ทองใหญ่ ผู้ถือเป็นบิดาแห่งการศึกษาสัตวแพทย์ไทย ท่านทรงตั้งโรงเรียนอัศวแพทย์ทหารบกขึ้น ก่อนจะพัฒนาเป็นโรงเรียนนายสิบสัตวแพทย์ และต่อมากลายเป็นโรงเรียนนายดาบสัตวแพทย์ ตามลำดับ ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นการศึกษาวิชาสัตวแพทย์เป็นครั้งแรกของประเทศไทย
หลังจากนั้น ในปี 2478 ได้พัฒนาและจัดตั้งแผนกอิสระสัตวแพทย์ขึ้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นจุดเริ่มต้นการศึกษาวิชาสัตวแพทยศาสตร์ในสถานศึกษาพลเรือนเพื่อผลิตสัตวแพทย์ในระดับปริญญาเป็นครั้งแรก และพัฒนาเป็นคณะสัตวแพทย์ โดยมี ศาสตราจารย์พันโท หลวงชัยอัศวรักษ์ เป็นคณบดี
ต่อมาในปี 2497 รัฐบาลได้โอนย้ายคณะสัตวแพทย์ ให้มาสังกัดที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากนโยบายการพัฒนาประเทศในยุคนั้น โดยให้มีการเรียนการสอนที่เกษตรศาสตร์ บางเขน 2 ปี จากนั้นให้ไปเรียนที่ถนนอังรีดูนังต์อีก 4 ปี และได้ถูกโยกย้ายอีกครั้งในปี 2510 โดยย้ายกิจการคณะไปสังกัดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วจัดตั้งเป็นคณะสัตวแพทย์จนถึงปัจจุบัน
แต่ยังมีอาจารย์และนิสิตบางส่วนอยู่พัฒนาคณะสัตวแพทย์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ต่อไป โดยได้เชิญอธิบดีกรมปศุสัตว์ในสมัยนั้นอย่าง ศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.จักร พิชัยรณรงค์สงคราม ขึ้นเป็นคณบดี และท่านถือเป็นบิดาของคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อีกด้วย
ในประเทศไทยนั้น มีการใช้คำว่า สัตวแพทย์ สำหรับสื่อความหมายได้ 2 กรณี คือ สัตวแพทย์ (Paravet) และ นายสัตวแพทย์ (Veterinarian) โดย นายสัตวแพทย์ หมายถึง บุคคลที่เรียนจบสัตวแพทย์ระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัย ซึ่งได้รับใบปริญญาสัตวแพทยศาสตร์และใบรับรองประกอบวิชาชีพสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง ในขณะที่ สัตวแพทย์ จะหมายถึง บุคคลที่เรียนจบจากโรงเรียนสัตวแพทย์ของกรมปศุสัตว์ซึ่งได้รับประกาศนียบัตรและใบรับรองประกอบวิชาชีพสัตวแพทย์ชั้นสอง โดยในปัจจุบันโรงสัตวแพทย์ของกรมปศุสัตว์ได้ถูกยุบและถูกย้ายเป็น คณะเทคนิคการสัตวแพทย์ (4ปี) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
บทบาทและหน้าที่ของสัตวแพทย์
สัตวแพทย์ เป็นอาชีพที่ประชาชนนั้นต้องพึ่งพาเป็นอย่างมาก กล่าวได้ว่าเทียบเท่ากับแพทย์ที่รักษาคนเลยก็ว่าได้ ไม่เพียงสำคัญเฉพาะกับคนเมืองที่เลี้ยงสัตว์ขนปุยอย่าง สุนัข แมว หรือกระต่าย แต่ยังสำคัญต่อการปศุสัตว์ รวมไปถึงสัตว์ป่า ที่ต้องควบคุมดูแลรักษาต่าง ๆ เช่น หมู วัว ไก่ หรือสัตว์ป่าอย่าง เสือ ช้าง เป็นต้น
ซึ่งหากสัตว์เศรษฐกิจเหล่านี้ติดเชื้อโรคร้ายที่สามารถติดต่อสู่กันได้ ก็จะส่งผลต่อทั้งเศรษฐกิจและสุขภาพของประชาชนผู้บริโภคสัตว์เหล่านี้ ในสัตว์ป่าก็เช่นเดียว การคอยควบคุมและอนุรักษ์ที่ถูกต้อง จะก่อประโยชน์ให้ระบบนิเวศในประเทศไทยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
สัตวแพทย์มีหน้าที่หลักในการรักษาสัตว์ที่เจ็บป่วย ได้รับอุบัติเหตุ และกรณีอื่น ๆ โดยสัตวแพทย์สามารถทำงานหลายประเภทสัตวแพทย์สามารถทำงานหลายประเภท
• สัตวแพทย์เวชศาสตร์ มีหน้าที่รักษาสัตว์เลี้ยงในคลินิกส่วนตัวและโรงพยาบาลสัตว์ โดยทั่วไปมีหน้าที่รักษาสุนัข แมว รวมถึงสัตว์เลี้ยงพิเศษ เช่น นก กระต่าย เต่า เฟอร์เร็ต เป็นต้น สัตวแพทย์ต้องทำการวินิจฉัยและรักษาปัญหาทางสุขภาพ; ปรึกษากับเจ้าของสัตว์เลี้ยง เพื่อทำการรักษาและป้องกันปัญหาสุขภาพ รวมถึงการควบคุมจ่ายยาและทำการผ่าตัด และหน้าที่อื่นๆ เช่น การฉีดวัคซีน การทำฟัน หรือดามกระดูก นอกจากนี้ยังมีสัตวแพทย์ที่ดูแลรักษาสัตว์น้ำ สัตว์ป่า สัตว์ในสวนสัตว์ ซึ่งแต่ละประเภทที่กล่าวมานี้จะทำงานแตกต่างกันตามชนิดของสัตว์ที่ต้องดูแล และสถานที่ทำงาน
• สัตวแพทย์ประจำฟาร์ม มีหน้าที่ในฟาร์มสัตว์ต่างๆ เช่น หมู สัตว์ปีก แพะ วัว ควาย หน้าที่คือ ทำงานร่วมกับสัตวบาล**ควบคุมการจัดการดูแลของสัตว์ ถ้าหากเราจัดการการเลี้ยงดูสัตว์ไม่ดี ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์เหล่านั้นก็จะมีคุณภาพไม่ดีได้ รวมทั้งต้องดูแลด้านอาหารให้แก่สัตว์ให้ได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อการเจริญเติบโต นอกจากนี้พวกเขามีหน้าที่ในการรักษาโรค และอุบัติเหตุที่เกิดในสัตว์ รวมไปถึงการทดสอบวัคซีนป้องกันโรค และให้คำแนะนำกับเจ้าของฟาร์มหรือผู้จัดการฟาร์มเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ เช่น อาหาร ที่อยู่อาศัย และการรักษาป้องกันโรค บางหน่วยงานอาจต้องร่วมทำการวิจัย ปรับปรุงพันธุ์สัตว์ ผสมพันธุ์สัตว์ การดูแลสัตว์ การควบคุมโรคไม่ให้มีการระบาดในสัตว์ด้วย
**สัตวบาล เป็นอีกวิชาชีพหนึ่งที่จบการศึกษาจากภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตรศาสตร์ เป็นผู้ดูแลงานด้านการเลี้ยงดูสัตว์แตกต่างจากจากสัตวแพทย์ที่จะรับผิดชอบด้านการรักษา
• สัตวแพทย์ผู้ตรวจสอบความปลอดภัยผลิตภัณฑ์อาหาร มีหน้าที่ตรวจสอบและทดสอบผลิตภัณฑ์จากสัตว์เพื่อให้ผู้บริโภคได้บริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพปราศจากโรคติดต่อและสารตกค้าง ทำการศึกษาเพื่อพัฒนาสุขภาพ ควบคุม ป้องกันและบำบัดโรคตามที่กรมปศุสัตว์กำหนด รวมทั้งทำหน้าที่ออกแบบและจัดทำโครงการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรคระหว่างสัตว์สู่สัตว์และสัตว์สู่คน
• สัตวแพทย์สนาม สัตวแพทย์ที่ออกนอกพื้นที่ไปตามโครงการต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบโรคของสัตว์ และรักษาสัตว์แต่ละชนิดตามที่ได้รับมอบ เช่น โครงการติดตามนกล่าเหยื่อ สัตวแพทย์ก็ต้องคอยรักษาและตรวจสอบนกแต่ละตัวว่ามีโรคหรือมีสุขภาพแข็งแรงหรือไม่
• สัตวแพทย์ผู้ทำหน้าที่เป็นผู้แทนขายและนักวิชาการของบริษัทเอกชน ซึ่งทำหน้าที่ใช้ความรู้ที่เรียนมาในการแนะนำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับสัตว์ อาทิเช่น ยาสัตว์ วัคซีนสัตว์ อาหารสัตว์ รวมถึงอุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ ที่ใช้ทั้งในการเลี้ยงดูสัตว์ และในการรักษาสัตว์ โดยจะแบ่งออกเป็นผิลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสัตว์เล็กและสัตว์ใหญ่ สัตแพทย์ในสายงานนี้สามารถเติบโตเป็นเจ้าของกิจการผู้พัฒนา ผลิต นำเข้าและส่งออกผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับสัตว์ได้
• สัตวแพทย์ที่ทำงานด้านงานวิจัยและงานทางวิชาการ เช่น นักวิจัย คณาจารย์ในมหาวิทยาลัย เป็นต้น โดยสัตวแพทย์สามรถศึกษาต่อในระดับปริญญาโท และปริญญาเอก ทำงานวิจัยที่เกี่ยวกับเชื้อโรคชนิดต่าง ๆ ทั้งโรคในสัตว์และโรคติดต่อระหว่างสัตว์กับคน โรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำ การพัฒนายา วัคซีน เพื่อการรักษา ควบคุมและป้องกันโรค รวมถึงการวิจัยพัฒนาวิธีการและเทคนิคที่ทันสมัยในการรักษาสัตว์ เพื่อให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังรวมถึงสัตวแพทย์ที่ทำงานวิจัยด้านน้ำเชื้อ การผสมเทียมในสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ ช่วยพัฒนางานทางด้านอนุรักษ์สัตว์ป่าของประเทศไทย
สัตวแพทย์ยังคงเป็นอาชีพที่ขาดแคลน และเมื่อเทียบกับทุกวันนี้มีคนเลี้ยงสัตว์กันมากขึ้น ทำให้ความต้องการในตลาดของอาชีพนี้ยังมีอยู่มาก นอกจากนี้งานสัตวแพทย์ไม่ได้ทำหน้าที่แค่รักษาสัตว์เลี้ยงเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึง หน้าที่ของสัตวแพทย์ซึ่งช่วยดูแลโภชนาการ ดูแลโปรตีนให้คนคือ พวกเนื้อไก่ เนื้อหมู เนื้อสัตว์ต่างๆ ที่มนุษย์รับประทานเป็นอาหาร สัตวแพทย์จะมีหน้าที่ดูแลสัตว์เหล่านี้เพื่อให้ได้เนื้อสัตว์ที่มีคุณภาพ นอกจากนี้ยังมีเกียรติและเป็นการช่วยเหลือรวมทั้งอนุรักษ์สัตว์ต่าง ๆ อย่าง แพทย์สัตว์ป่าด้วย จึงเห็นได้ว่านอกจากจะเป็นอาชีพที่ขาดแคลนแล้ว ยังมีทางเลือกอาชีพในสายงานนี้อีกมากมายด้วย
ที่มา : https://thethaiger.com/th/news/612754/
: สำนักงานสัตวแพทยสภา
รูปภาพ : Freepik
เนื้อหาเฉพาะสมาชิก
สมัครสมาชิกฟรีเพื่ออ่านบทความสุขภาพทั้งหมด
รับข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญและโปรโมชั่นพิเศษก่อนใคร