โรคหลอดเลือดสมอง
เรากำลังทำงานหนักจนแทบไม่มีเวลาพักอยู่หรือเปล่า? การทุ่มเทให้กับงานของคนยุคใหม่ ตลอดจนพฤติกรรมการใช้ชีวิตรวมทั้งการเผชิญกับมลภาวะรอบตัวในทุกวัน ได้สร้างโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ มาทำร้ายเราซึ่ง “โรคหลอดเลือดสมอง” ก็เป็นอีกหนึ่งในโรคยอดฮิตที่คร่าชีวิตคนไทย
ความร้ายกาจของโรคที่คร่าชีวิต มักจะมาโดยที่เราไม่ทันตั้งตัว โรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke เป็นอีกหนึ่งโรคที่ไม่มีการเตือนล่วงหน้า แต่เราสามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ
โรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
(1) ภาวะหลอดเลือดสมองตีบตัน (Ischemic Stroke) มีสาเหตุมาจากการเสื่อมสภาพของหลอดเลือดจากการสะสมของคราบไขมัน หินปูน ที่ผนังหลอดเลือดชั้นในจนหนา นูน แข็ง ขาดความยืดหยุ่น ทำให้หลอดเลือดค่อย ๆ ตีบแคบ พบได้ประมาณ 70–85%
(2) ภาวะหลอดเลือดสมองแตก หรือภาวะเลือดออกในสมอง (Hemorrhagic Stroke) ทำให้มีเลือดออกมาอยู่ในเนื้อสมอง หรือเยื่อหุ้มสมอง เซลล์สมองได้รับบาดเจ็บและทำให้เนื้อสมองตาย มักพบในผู้ที่มีความดันโลหิตสูง หลอดเลือดเปราะและโป่งพอง พบได้ประมาณ 15–30%
(3) ภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว (Transient ischemic attack) คล้ายโรคสมองขาดเลือด แต่มีอาการชั่วคราวไม่เกิน 24 ชั่วโมง เป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องพบแพทย์เพราะเสี่ยงที่จะเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต พบได้ประมาณ 15% อย่างไรก็ตามโรคนี้สามารถป้องกันได้โดยหมั่นสำรวจความผิดปกติของร่างกาย และคอยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เป็นปัจจัยเสี่ยงอยู่เสมอ
13 สัญญาณเตือนของ โรคหลอดเลือดสมอง
1. มีอาการแขนขาอ่อนแรง ซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย
2. มีอาการชาครึ่งซีก
3. สูญเสียการทรงตัว
4. มองไม่เห็นภาพครึ่งหนึ่งของลานสายตา
5. มองไม่เห็นอาจจะเป็นข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง
6. มองเห็นภาพซ้อน
7. พูดไม่ชัด กลือนลำบาก ปากเบี้ยว ลิ้นแข็ง
8. มีความผิดปกติของการใช้ภาษา พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง นึกคำไม่ออก หรือใช้ภาษาผิด
9. เวียนศีรษะ บ้านหมุน
10. ปวดศีรษะมาก รุนแรง
11. แขนขาเคลื่อนไหวสะเปะสะปะ บังคับไม่ได้
12.ความจำเสื่อมหรือหลงลืมแบบทันทีทันใด
13. ซึมลงจนหมดสติ
อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดสมอง ควรรีบนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจวินิจฉัย เพราะหากเป็นโรคหลอดเลือดสมองจริง คนผู้นั้นจะมีเวลาราว 3 ชั่วโมงก่อนที่จะกลายเป็นอัมพาตตลอดชีวิต และบางรายจะยังมีความพิการหลงเหลืออยู่หลังจากพ้นวิกฤตแล้วด้วย ฉะนั้นควรไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ อย่านิ่งนอนใจ
สำหรับการรักษาโรคหลอดเลือดสมองในปัจจุบันทำได้โดยการให้ยาหรือการผ่าตัด สิ่งที่สำคัญคือผู้ป่วยจะต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วนที่สุดภายใน 3-6 ชั่วโมง เพราะถ้ามาพบแพทย์เร็วก็จะลดความพิการได้ เนื่องจากในช่วง 3-7 วันแรกของการเจ็บป่วยเป็นระยะวิกฤตที่อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ จำเป็นต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาลหรืออยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้วิธีการป้องกันตนเองที่สำคัญคือการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนัก งดสูบบุหรี่และงดดื่มเหล้า ตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยง ในกรณีที่มีปัจจัยเสี่ยงหรือผู้ที่เป็นโรคนี้อยู่แล้วต้องรักษาและพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอห้ามหยุดยาเองโดยเด็ดขาด
“ทางสถาบันประสาทวิทยาจัดตั้งศูนย์ข้อมูลทางโทรศัพท์หมายเลข 0-2354-7007 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้คำปรึกษาเรื่องโรคหลอดเลือดสมองและโรคระบบประสาทอื่นๆ”
ข้อมูลจาก : หนังสือ รู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง และคู่มือ องค์ความรู้ด้านวิถีชีวิตกับโรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน และกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด สำนักงานวิจัยและพัฒนาเพื่อการแปรงานวิจัยสุขภาพสู่การปฏิบัติ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
Members-only content
Sign up free to read all health articles
Get expert information and special promotions first